ร่างกายเราราคาเท่าไหร่

0
มันช่างจ้าซะเหลือเกิน

มันช่างจ้าซะเหลือเกิน

          เป็นอย่างไรกันบ้างช่วงนี้ อากาศร้อนจัดๆแบบนี้ระวังสุขภาพกันด้วยนะครับ มีหลายๆคนเริ่มป่วยกันบ้างแล้ว พอเห็นคนป่วยเดินผ่านไปมา ผมก็เริ่มเกิดความสงสัยว่าที่เราป่วยเป็นเพราะอากาศ หรือเป็นเพราะร่างกายเราอ่อนแอเองกันแน่ คิดไปคิดมาก็เกิดคำถามนึงขึ้นมาในใจ

          เราออกกำลังกายครั้งสุดท้ายกันเมื่อไหร่?

          ชีวิตมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ เป็นที่รู้กันว่าแทบจะไม่มีเวลาได้พักหายใจกันเลย บางคนต้องตื่นมาตีสี่ตีห้า เพื่อไปรถติดบนถนน พอไปถึงที่ทำงานก็ต้องเตรียมรับมือกับเจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่ไม่รู้ว่าวันนี้จะมาอารมณ์ไหนอีก พอตกเย็นก็ต้องรีบกลับบ้านเพราะกลัวรถติด แต่สุดท้ายก็ติดอยู่ดี หรือบางคนมีงานค้างต้องทำ OT ต่อ เรียกได้ว่าวันๆนึงแค่มีเวลาได้กินข้าว 3 มื้อกับมีเวลานอนก็เก่งแล้ว

          เรายุ่งกันเหลือเกินนะครับ ยุ่งกันจนลืมเพื่อนสนิทของเราไปคนนึงนะเลย เพื่อนคนที่ทำให้คุณมีข้าวกิน เพื่อนที่ทำให้คุณได้งานดีๆ เพื่อนที่ทำให้คุณหาเงินเอาไปซื้อของได้ เพื่อนที่คอยช่วยให้คุณฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าคุณจะรวยหรือคุณจะจน เพื่อนที่ไม่มีวันจะทิ้งคุณไปไหน มีแต่คุณที่กำลังจะทิ้งเขา

          เพื่อนคนที่ผมพูดถึงคือ ร่างกายของคุณเอง

          คนในยุคปัจจุบันขยันขันแข็งกับการหาเงินจนลืมดูแลร่างกายของตัวเอง ทำงานหามรุ่งหามค่ำ อดหลับอดนอน ข้าวปลาก็กินไม่เป็นเวลา เอาสุขภาพไปแลกกับเงิน ซึ่งสุดท้ายแล้วคุณก็ต้องเอาเงินที่หาได้มาไปรักษาตัวเองตอนล้มป่วยเพราะร่างกายที่ทรุดโทรมโหมใช้งานมาอย่างหนัก

          คุณคิดว่าร่างกายของคุณมีค่าแค่ไหนครับ มันมีค่าพอกับเงินเดือนที่เราเอาร่างกายของเรา เอาสุขภาพจิตไปแลกมารึเปล่า อย่าลืมนะครับว่า ถ้าเราเป็นอะไรไปเจ้านายเราก็แค่จ้างคนใหม่มาทำงานแทน แต่ถ้าร่างกายเราเป็นอะไรไป เราเปลี่ยนร่างกายใหม่ไม่ได้นะครับ

          ผมไม่ได้บอกว่าการทำงานหนักหรือทุ่มเทกับการทำงานเป็นเรื่องไม่ดี แต่ดูด้วยว่าสิ่งที่ได้มากับสิ่งที่เสียไปคุ้มกันไหม โปรดหันกลับมาดูแลร่างกายของเราด้วย ร่างกายเราก็เหมือนรถยนต์ ถ้าเอาแต่ใช้โดยไม่ดูแลรักษา สักวันนึงมันก็ต้องพัง และร่างกายก็ไม่มีอะไหล่ให้เปลี่ยนนะครับ

“มนุษย์เรานึ้ ยอมสูญเสียสุขภาพเพื่อทำให้ได้เงินมา แล้วต้องยอมสูญเสียเงินตรา เพื่อฟื้นฟูรักษาสุขภาพ แล้วก็เฝ้าเป็นกังวลกับอนาคต จนไม่มีความรื่นรมย์กับปัจจุบัน ผลที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็คือ เขาไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งอยู่กับอนาคต เขาดำเนินชีวิตเสมือนหนึ่งว่าเขาจะไม่มีวันตาย และแล้วเขาก็ตายอย่างไม่เคยมีชีวิตอยู่จริง

องค์ดาไลลามะ

Facebook Comments
Share.

About Author

Comments are closed.