สวัสดีสีชัง เที่ยวสบายๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพ

0

          ปกติแล้วบ้านผมมักจะไปเที่ยวทะเลกันบ่อยๆ แต่ครั้งนี้พิเศษหน่อยตรงที่เราได้ไปเที่ยวทะเลบนเกาะกัน เกาะที่เราจะไปครั้งนี้อยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพมากนักแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง เกาะนั้นก็คือ เกาะสีชัง

          เริ่มออกเดินทาง
          เราออกเดินทางกันตอนประมาณ 11 โมง (ออกซะสายเชียว) ขับรถไปทางชลบุรี เข้าเขตศรีราชา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง แบบไม่ได้เร่งรีบอะไรนัก พอมาถึงศรีราชาให้เปิด Google Map ได้เลย(Google ช่วยเราได้เสมอ) จุดหมายของเราคือ ท่าเรือเกาะลอย

          เกาะลอย ศรีราชา
          เกาะลอยศรีราชาจะเป็นเหมือนสวนสาธารณะที่ยื่นออกไปกลางทะเล ภายในมีที่จอดรถอยู่พอสมควร เราไปกัน 3 วันเลยต้องจอดรถเอาไว้ที่นี่ (ไม่ควรขับรถไปจนถึงท่าเรือนะครับ เพราะตรงนั้นส่วนใหญ่จะจอดเต็มหมดแล้ว) จากนั้นก็ลากกระเป๋าเดินไปที่ท่าเรือ

ท่าเรือเกาะลอย ศรีราชา ชลบุรี

ท่าเรือเกาะลอย ศรีราชา ชลบุรี

          ท่าเรือเกาะลอย
          มาถึงท่าเรือเราสามารถซื้อตั๋วแล้วลงเรือได้เลย โดยตั๋วราคาคนละ 50 บาท เรือจะออกทุกๆชั่วโมงหรือจนกว่าจะเต็มลำ ที่สำคัญไม่ต้องกลัวเรือขาดครับ จอดรอข้างหลังท่าอีก 3 ลำ เรือโดยสารเป็นเรือใหญ่(คล้ายเรือไปเกาะช้าง) ความจุ 180 คน มี 2 ชั้น เรานั่งกันชั้นบนเพราะอยากเห็นวิวทะเล (แอบบร้อนนิดหน่อยนะ) เรือใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือเกาะลอยไปถึงท่าเรือเกาะสีชังประมาณ 50 นาที ระหว่างทางจะเห็นเรือขนสินค้าจอดลอยลำกันเต็มไปหมด เพราะใกล้ๆตรงนี้มีท่าเรือสำหรับรับส่งสินค้าอยู่
          ค่าบริการเรือข้ามไปเกาะสีชัง 50 บาท ออกทุกชั่วโมงหรือเต็มแล้วออกเลย

นั่งกินลม ชมวิวบนชั้น2ของเรือ

นั่งกินลม ชมวิวบนชั้น2ของเรือ

          ท่าเรือเกาะสีชัง
          หลังจากนั่งเรือมา 50 นาที เราก็มาถึงเกาะสีชังกัน ความประทับใจแรกคือ น้ำทะเลใสมาก แต่เล่นน้ำแถวนี้ไม่ได้ เกาะนี้มีหาดเดียวอยู่ตรงข้างหลังเกาะ แต่ที่ชอบยิ่งกว่าคือเวลาเราเดินไปจะไม่มีคนขับรถรับจ้างมาคอยถามว่าจะไปไหน เพราะเจ้าหน้าที่เขาจัดระเบียบให้รถรับจ้างไปจอดรอด้านนอกท่าเรือ เป็นระบบคิวรถ ใครมาก่อนก็ต่อคิวไปเรื่อยๆ ห้ามแย่งกัน

สวัสดี สีชัง

สวัสดี สีชัง

          การเดินทางในเกาะสีชัง
          เกาะสีชังไม่มีรถประจำทางครับ ดังนั้นทำใจได้เลยว่าเหมาแน่นอน หลักๆที่เห็นจะมี 2 อย่างคือ เหมารถสามล้อ(คล้ายๆตุ๊กตุ๊กกรุงเทพแต่ใหญ่กว่า) ถ้าไปเที่ยวเดียวก็แล้วแต่ตกลง กับแบบเช่ารถมอเตอร์ไซต์ วันละ 250 บาท ค้างคืน 300 บาท

เช่ามอเตอร์ไซทางซ้ายมือ ส่วนรถสามล้ออยู่หลังซุ้มครับ

เช่ามอเตอร์ไซทางซ้ายมือ ส่วนรถสามล้ออยู่หลังซุ้มครับ

          ที่พักในเกาะสีชัง
          สำหรับคนที่จะมาเที่ยวที่นี่ ขอแนะนำว่าควรจองที่พักก่อนมาจะดีกว่า เพราะว่าที่บนเกาะเองที่พักก็มีไม่ได้มากนัก ถ้าเทียบกับเกาะอื่นๆ เราเองก็จองก่อนมา เราจองไว้ที่ สีชังพาเลส ทั้ง 2 วันเลย เป็นโรงแรม 5 ดาวแห่งเดียวในเกาะนี้(เขาบอกว่าอย่างนั้น) ค่าห้องวันละ 1500 บาท (ห้องผมไม่เห็นวิวทะเล) ห้องแอร์นอนได้ 2 คน มีสระน้ำในโรงแรม พร้อมอาหารเช้า
          เนื่องจากวันนี้ออกมาสายไปหน่อยกว่าจะถึงที่พักก็ประมาณ 4 โมงเย็นแล้วจึงไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน เลยออกมาสำรวจทางใกล้ๆกับโรงแรมแทน เนื่องจากโรงแรมที่เราพักอยู่ใกล้ๆกับท่าเรือจึงเดินไปถ่ายรูปเล่นกันแถวๆท่าเรือ ที่นี่มี 7-11 อยู่เห่งเดียวคือตรงใกล้ๆกับท่าเรือ แต่ไม่ต้องกลัวไปครับ ที่นี่มีร้านโชว์ห่วยเพียบ สบายใจได้ หลังจากเดินสำรวจทางกันจนพอใจแล้ว ท้องก็เรียกร้องหาของกินพอดี จึงเลือกเอาร้านระหว่างทางกลับโรงแรมนี่แหละ

โรงแรมสีชังพาเลซ

โรงแรมสีชังพาเลซ

          ร้านไอทะเล
          เราเลือกร้านไอทะเลกัน เนื่องจากอยู่ใกล้ที่พัก แถมบรรยากาศน่านั่งดี มองเห็นวิวทะเลกับท่าเรือ เราสั่งอาหารมากัน 4 อย่าง มาทะเลทั้งทีจะกินหมูกินไก่ได้อย่างไร จัดไปครับ ต้มยำรวมมิตรทะเล ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว กุ้งอบวุ้นเส้น ปูผัดผงกะหรี่ แต่ละจานนี่อัดแน่นไปด้วยกุ้ง หอย ปู ปลา ไม่มีกั๊ก ที่สำคัญสดมาก ไม่สดได้ไง ท่าเรืออยู่ข้างล่างนี่เอง กินกันเปรมเลยครับ ส่วนราคาก็ปกติสำหรับแหล่งท่องเที่ยว 150 – 300 บาท แล้วแต่อย่าง เบ็ดเสร็จมื้อนี้ประมาณ 1100 บาท
ร้านไอทะเล_เกาะสีชัง

นั่งรับลมชมวิวระหว่างรออาหาร

นั่งรับลมชมวิวระหว่างรออาหาร

ต้มยำรวมมิตรทะเล มาทั้งมหาสมุทร

ต้มยำรวมมิตรทะเล มาทั้งมหาสมุทร

ร้านไอทะเล_ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว
ร้านไอทะเล_ปูผัดผงกะหรี่

          วันที่ 2 วันเที่ยว
          หลังจากกินอาหารเช้ากันเสร็จก็เตรียมตัวออกเดินทาง เราโทรเรียกพี่คนขับ 3 ล้อคันที่มาส่งเราเมื่อวาน ให้มารับที่โรงแรม ค่ารถแบบเหมาเที่ยวรอบเกาะจะมีราคาเดียวคือ 250 บาททั้งวัน ไม่จำกัดชั่วโมง โดยจะไปเที่ยวกัน 4 ที่คือ ถ้ำเจ้าพ่อเขาใหญ่ ช่องเขาขาด สะพานอัษฏางค์ หาดถ้ำพัง ขอแนะนำว่าอย่าลืมทากันแดดเด็ดขาดเพราะแต่ละที่ไม่ค่อยมีที่ร่มเท่าไหร่

          ถ้ำเจ้าพ่อเขาใหญ่
          พี่คนขับรถพาเรามาส่งตรงศาลเจ้าพ่อเสือตรงใกล้ๆกับถ้ำเจ้าพ่อเขาใหญ่ พี่เขาบอกว่าไหว้ตรงนี้ก่อน ค่อยไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมตรงทางขึ้นเขา แล้วค่อยนั่งรถรางขึ้นไปไหวเจ้าพ่อเขาใหญ่ ทั้ง 3 ที่จะอยู่บริเวณเดียวกันทั้งหมด แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นธูปจะลำบากนิดนึงเพราะควันธูปเยอะมาก ไหว้ทีเป็นกำๆ ตรงถ้ำเจ้าพ่อเขาใหญ่จะเป็นวัดมีจุดชมวิว จุดถ่ายรูปที่เห็นทั้งแนวฝั่งด้านหน้าเกาะตรงท่าเรือและบริเวณเมืองทั้งหมด รถสามล้อจะพาเรามาส่งให้เดินเที่ยวแล้วก็ไปรับคนอื่นต่อจะไม่อยู่รอ พอเราเที่ยวเสร็จค่อยโทรให้เขามารับนะครับ

ศาลเจ้าพ่อเสือ เกาะสีชัง

ศาลเจ้าพ่อเสือ เกาะสีชัง

ทางขึ้นอยู่ใกล้กันเลย

ทางขึ้นอยู่ใกล้กันเลย

ถ้าใครไม่อยากเดิน มีรถรางขึ้นไปบนเขานะ

ถ้าใครไม่อยากเดิน มีรถรางขึ้นไปบนเขานะ

ถ้ำเจ้าพ่อเขาใหญ่
วิวศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่
วิวศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่2

          ช่องเขาขาด
          หลังจากอิ่มบุญกันมาแล้วก็มาชมวิวกันต่อที่ช่องเขาขาด เขาบอกว่าเป็นเนินเขาที่สามารถมองเห็นทั้งหน้าเกาะและท้ายเกาะได้ และยังมีทางเดินลงไปถ่ายรูปตรงโขดหินด้านล่างด้วย แต่เนื่องจากความร้อนของแดดเดือนเมษา ทำให้เราไม่ได้เดินลงไปถ่ายรูป (ลืมเอาร่มมากัน) จึงได้แต่ถ่ายรูปอยู่ตรงศาลาชมวิวด้านบน ถ้าใครมาช่วงเย็นๆ บรรยากาศจะดีมาก
วิวช่องเขาขาด1
วิวช่องเขาขาด2
วิวช่องเขาขาด3

          สะพานอัษฏางค์
          พี่คนขับพาเรามาส่งตรงเขตพระราชฐาน ให้เราเดินไปทางด้านขวาจะมีรูปหล่อของรัชกาลที่ 5 ให้ได้ไปสักการะ จากนั้นก็เดินเลียบชายหาดมาจนถึงตำหนักไม้ซึ่งเป็นบ้านพักในสมัยก่อน หากใครกระหายน้ำตรงจุดนี้มีร้านกาแฟให้นั่งจิบกาแฟดื่มด่ำบรรยากาศชายทะเลก่อนจะเดินไปที่สะพานอัษฏางค์ สะพานอัษฏางค์เป็นสะพานไม้สีขาวที่ยื่นไกลออกไปในทะเล เห็นน้องผมบอกว่าเป็นที่ที่มาถ่ายละครกันบ่อยๆ ตรงจุดนี้จะมีคนมาถ่ายรูปเยอะหน่อย หามุมกันให้ดีสำหรับคนที่อยากได้ภาพเก๋ๆ
รูปหล่อร5เกาะสีชัง
พระราชฐานเกาะสีชัง
เก้าอี้ริมทะเล

สุขใดเล่าเท่ากับเจอที่หลบแดดพร้อมกับน้ำเย็นๆ

สุขใดเล่าเท่ากับเจอที่หลบแดดพร้อมกับน้ำเย็นๆ

สะพานอัษฏางค์
สะพานอัษฏางค์2

          หาดเขาพัง
          หาดเขาพังเป็นหาดแห่งเดียวในเกาะสีชังที่เล่นน้ำได้ (ที่อื่นมีแต่โขดหิน) ตามแนวหาดจะมีเก้าอี้ผ้าใบไว้บริการฟรี ส่วนอาหารก็สั่งได้จากร้านค้าแถวๆนั้นได้ เนื่องจากเป็นหาดเดียวที่เล่นน้ำได้จึงมีคนเยอะพอสมควร ชายหาดยาวประมาณ 1 กิโลเมตร น้ำทะเลใสมาก แต่คลื่นแรงใช้ได้เลย เดินๆไปก็มาเซๆกันบ้าง ราคาอาหารก็ไม่ค่อยต่างจากหาดตรงชายฝั่งเท่าไหร่ แต่จะมีร้านให้เลือกได้ไม่มาก

          อาหารค่ำ
          ตอนค่ำๆ เขาลองถามคนแถวนั้นว่ามีร้านอาหารซีฟู๊ดที่ไหนแนะนำบ้าง มีคนแนะนำให้ไปลองกินที่ร้าน แม่หน่อยซีฟู๊ด เราเลยเดินกันไป (จริงๆคือหารถไม่ได้) ถ้าตั้งหลักจาก 7-11 ตรงท่าเรือให้ไปถนนทางซ้ายมือเดินไปสัก 15 นาทีจะเจอร้านแม่หน่อยซีฟู๊ดอยู่ทางซ้ายมือ พอถึงร้านพนักงานที่ร้านแนะนำว่าวันนี้มีหอยฟันกระต่าย เป็นหอยที่มีแค่ในช่วงนี้เท่านั้น เราเลยสั่งกันมาลองกินดู หอยฟันกระต่ายผัดฉ่า ปลาหมึกทอดกระเทียมพริกไทย ปลาอินทรีทอดน้ำปลา ต้มยำรวมมิตรทะเล หอยตลับผัดพริกเผา หอยฟันกระต่ายจะหน้าตาคล้ายๆหอยเชลล์แต่เนื้อเหนียวกว่า ปลาอินทรีก็ชิ้นใหญ่มาก อาหารรสจัดแถมสดอีก แต่ละอย่างอร่อยเกินคำบรรยายจริงๆ แนะนำให้ลองมาชิมกัน

โฉมหน้าของหอยฟันกระต่ายผัดฉ่า

โฉมหน้าของหอยฟันกระต่ายผัดฉ่า

ปลาอินทรีทอดน้ำปลาชิ้นใหญ่มาก

ปลาอินทรีทอดน้ำปลาชิ้นใหญ่มาก

หอยตลับผัดพริกเผา 1 กิโล 120 บาทเท่านั้น

หอยตลับผัดพริกเผา 1 กิโล 120 บาทเท่านั้น

          วันที่ 3 เดินทางกลับ
          หลังจากกินข้าวเช้าก็เดินซื้อของฝากกันในร้านใกล้ๆโรงแรม เช่น พวกปลาหมึกแห้ง ปลาหมึกแดดเดียว แล้วก็กลับมานั่งเรือเข้าฝั่ง ค่าเรือคนละ 50 บาทเช่นเคย พอถึงฝั่งเห็นหอยแครงตัวใหญ่ๆ กิโลละ 50 บาท ก็ซื้อกลับมานึ่งที่บ้านอีก 2 โลเป็นของฝาก

          สำหรับคนที่อยากจะมาเกาะสีชัง ผมว่าเน้นไปทางความสงบมากกว่า เพราะนักท่องเที่ยวไม่เยอะ ไม่วุ่นวาย เน้นเที่ยวไหว้พระ ชมวิว กินอาหารทะเลสดๆ เดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพ มาพักผ่อน เรื่องสินค้าบริการก็ไม่ได้แพงมาก แค่เพิ่มจากราคาปกตินิดหน่อยเท่านั้นเอง ใครชอบแนววนี้ลองไปเที่ยวกันดูครับ ถ้าวันแรกมาเช้าหน่อยก็สามารถเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืนได้สบายๆ

Facebook Comments
Share.

About Author

Comments are closed.