เป้าหมายของคุณ

0

street-238458_1280


    คุณเคยลองถามตัวเองมั้ยว่าที่คุณทำงานหนักทุกวันนี้เพื่ออะไร


           บางคนไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าเราทำงานหนักทุกวันนี้เพื่ออะไร พอทำงานแล้วก็เครียดพอเครียดเราก็หาเรื่องใช้เงิน เพื่อบำบัดความเครียดของเรา เราใช้เงินที่เราหามาอย่างยากลำบากไปกับสิ่งที่แทบจะไม่ใช้เป้าหมายของเราเลย ได้มาเท่าไหร่เอามาใช้จนหมด อย่าว่าแต่เหลือเก็บเลยถึงกับเป็นหนี้ก็ยังมี

           แต่บางคนกลับทำสิ่งที่แตกต่างกันออกไป คนกลุ่มนี้เขาก็ทำงานหนักเหมือนกัน เขาก็มีบ่นๆบ้าง แต่ก็ยังตั้งใจทำงาน เงินที่ได้มาก็นำไปเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยนำเงินที่เหลือไปใช้ชีวิตตามปกติ แน่นอนว่าเขาก็มีเรื่องเครียด เรื่องที่จะต้องคิด แต่เขาเลือกที่จะขจัดคามเครียดด้วยวิธีที่ไม่เสียเงิน ไม่ฟุ่มเฟิอย และพร้อมที่จะทำงานแม้ว่างานนั้นจะหนักเบาแค่ไหน


    ทำไม 2 กลุ่มนี้ถึงต่างกันล่ะ

           สิ่งที่ทำให้คนทั้ง 2 กลุ่มนี้แตกต่างกันก็คือเป้าหมายในชีวิตครับ เพราะคนกลุ่มแรกไม่รู้ว่าเป้าหมายในชีวิตของเขาคืออะไร ไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการ ไม่รู้ว่าเขาควรจะเดินไปทางไหนดี เลยปล่อยให้กระแสของโลกพาไป พัดเขาไปทางนั้นทีทางนี้ที

           ส่วนกลุ่มที่ 2 ผู้มีเป้าหมาย คนพวกนี้เขาทำทุกอย่างที่ไม่ผิดกฏหมายและศีลธรรมเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายของเขา เขารู้ว่าที่เขาลำบากทุกวันนี้เพื่ออะไร เขารู้ว่าแผนการที่ให้ไปถึงเป้าหมายของเขาคืออะไร และเขารู้ว่าทางไหนคือทางที่เขาจะต้องเดิน จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอไม่ว่าจะเวลาไหน และพวกเขาจะเป็นคนไฟลุกตลอดเวลา ถ้าไม่เชื่อคุณลองไปอยู่ใกล้ๆคนพวกนี้สิ รับรองคุณจะอยู่เฉยๆไม่ได้แน่

           ผมเองก็เคยเป็นมาแล้วทั้ง 2 แบบ ช่วงที่เป็นแบบแรกเรียกว่าชีวิตไม่มีทิศทางเลย เงินเดือนได้มาเท่าไหร่ก็ใช้หมด บางครั้งถึงกับไปขอเงินที่บ้าน เพราะใช้เงินหมดไปตั้งแต่กลางเดือนแล้ว ไม่เคยเหลือเงินเก็บ ซื้อนู้นซื้อนี่ไม่เคยคิดว่าอนาคตจะเป็นยังไง

          แต่พอย้ายฝั่งมาเป็นกลุ่ม 2 แล้วรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นมาเลย จากที่เงินเดือนไม่เคยพอ ตอนนี้กลายเป็นเหลือเก็บ ชีวิตที่เคยคิดว่าเจอแต่บ้าบอคอแตกอะไรก็ไม่รู้ทั้งวันกลายมาเป็นสนุกกับมัน มีความสุขกับทุกๆวันที่ยังอยู่ รู้สึกว่าอารมณ์เราดีขึ้น สุขภาพจิตเราดีขึ้น สุขภาพร่างกายเราดีขึ้น สุขภาพเงินเราดีขึ้น เรายังนึกเลยว่านี้แค่เพิ่งย้ายฝั่งมาไม่นานนนะเนี่ย ยังดีขนาดนี้ แบบนี้อนาคตเราดีแน่นอน

           การที่คุณตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตคุณเอง ก็เหมือนคุณขับรถแล้วจับพวงมาลัย คุณสามารถควบคุมรถ(ชีวิต)ของคุณเองได้ว่าคุณจะเลี้ยวทางไหน ซ้ายหรือขวา แต่ถ้าไม่มีเป้าหมายก็เหมือนคุณกินเหล้าเมาแล้วขับ ปาดซ้ายที ปาดขวาที บางคนยิ่งหนักเลย ปล่อยมือจากพวงมาลัย หวังพึ่งชะตากับให้นำทาง ใครโชคดีหน่อยก็เจอด่านให้จอดรถนอนพักให้สร่างก่อน ส่วนใครโชคร้ายก็ขับแหกโค้งรถคว่ำตาย ดังนั้นเรามาตั้งเป้าหมายให้ชีวิตของเรากันเถอะครับ


    “It is never too late to be what you might have been.”
    ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปที่จะเป็นในสิ่งที่คุณอยากจะเป็น
    George Eliot
Facebook Comments
Share.

About Author

Comments are closed.